วันพุธที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2557

บันทึกอนุทินครั้งที่ 9

วิชา การจัดประสบการณ์วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย
ครูผู้สอน อาจารย์จินตนา  สุขสำราญ
วันที่ 21 ตุลาคม 2557 ครั้งที่7กลุ่ม 103
เวลาเรียน   8:30 - 12.20 น.

กิจกรรมวันนี้
อาจารย์ให้นักศึกษาออกมานำเสนอผลวิทยศาสตร์ของตัวเอง
ผลงานวิทยาศาสตร์ของดิฉันชื่อว่า คอปเตอร์ไม้ไผ่

 
                                                                           อุปกรณ์






            วิธีทำ

1.ตัดปลายหลอดชาไข่มุกประมาณ 2 เซนติเมตร
2.นำไม้ลูกชิ้นเสียบไปตรงกลางของไม้ไอติม เราอาจจะใช้ตะปูตอกเข้าไปก่อน
3.นำไหมพรมผูกไม้ลูกชิ้นแล้วมามาผูกกับปลายหลอดไข่มุกที่เราตัดไป
4.เจาะรูหลอดชาไข่มุกส่วนบน2รูเพื่อเราจะยัดไหมพรมเข้าไปในรู
5.นำไม้ลูกชิ้นที่เราเสียบกับไม้ติมมาใส่ในหลอดจากนั้นค่อยๆพันไหมพรมไปในทางเดียวกัน
6. ดึงส่วนหลอดไข่มุกที่เราตัดไม้ติดก็จะหมุน

เพิ่มเติม
อาจารย์ให้นำมาแก้ไขว่ามันสามารถทำได้ดีกว่านี้ให้ไปแก้ไขตรงพอที่เราดึงแล้วต้องทำให้มันหมุนกลับได้ด้วย

คอปเตอร์ไม้ไอติม
 เราต้องใช้แรงในการดึงเพื่อให้ไม้ไอติมหมุน
 แรงนั้น หมายถึง สิ่งที่ทำให้วัตถุเคลื่อนที่หรือเปลี่ยนตำแหน่งได้ เช่นทำให้วัตถุอยู่นิ่งเคลื่อนที่ไปหรือทำให้วัตถุเคลื่อนที่อยุ่แล้วเร็วหรือช้าลง


เทคนิคการสอน
อาจารย์ให้เราไปแก้ไขเพื่อทำสิ่งที่ดีกว่าเพราะมันสามารถทำให้ดีกว่านี้ได้ทำให้มันดูน่าสนใจกว่านี้ อาจารย์ปล่อยให้นักศึกษาแสดงความคิดเห็นร่วมกันเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้แสงความคิดเห็นตลอด


ประเมินตัวเอง
แต่งกายเรียบร้อยตั้งใจฟังเพื่อนนำเสนอผลงาน 

ประเมินเพื่อน
เพื่อนนำเสนองานได้น่าสนใจมาก ทุกคนมีความตั้งใจในการฟังเพื่อนนำเสนอผลงาน

ประเมินอาจารย์
อาจารย์เปิดโอกาสให้นักศึกษาแสดงความคิดเห็น มีการอธิบายเพิ่มเติมทำให้เข้าใจมากขึ้น










บันทึกอนุทินครั้งที่ 8

วิชา การจัดประสบการณ์วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย
ครูผู้สอน อาจารย์จินตนา  สุขสำราญ
วันที่ กันยายน 2557 ครั้งที่7กลุ่ม 103
เวลาเรียน   8:30 - 12.20 น.


อยู่ในช่วงสอบ



วันจันทร์ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2557

บันทึกอนุทินครั้งที่ 7

วิชา การจัดประสบการณ์วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย
ครูผู้สอน อาจารย์จินตนา  สุขสำราญ
วันที่ กันยายน 2557 ครั้งที่7กลุ่ม 103
เวลาเรียน   8:30 - 12.20 น.


กิจกรรรมวันนี้
กิจกรรม ลูกยาง (Yang)

อุปกรณ์
1.กระดาษหน้าปก (Paper)
2.คลิปหนีบกระดาษ (Paperclip)
3กรรไกร (Scissors)


วิธีทำ (How to)
1.ตัดกระดาษรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าแล้วนำกระดาษมาผับครึ่งแล้วใช้กรรไกรตัดตรงกลางชิดรอยพับเลือกตัดด้านใดด้นหนึ่ง
2.พับปลายกระดาษส่วนที่ไม่ได้ตัดภาพขึ้นไป1เซนติเมตร
3.นำคลิปกระดาษมาหนีบไว้ด้านที่ไม่ได้ตัดแล้วกางปีกกระดาษไปคนละด้าน




อาจารย์แบ่งให้แถวที่3 4 และ5 ตัดกระดาษตรงกลางไม่ต้องยาวมากแล้วแต่จะตัดตรงไหน
อาจารย์ให้แถว1-5 ออกมาเล่นที่ละแถว วิธีการเล่นให้แต่ละคนโยน ขว่าง หรือปา ก็ได้ลงาจากที่สูง
แถวที่1และ2 เมื่อขว่างลงมาจากที่สูงพบว่าลูกยาง (กระดาษ) จะหมุนเป็นวงกลมคล้ายๆลูกยางและตกลงสู่พื้น
แถวที่3 4 และ5 เมื่อโยนลงมากจากที่สูงพบว่าลูกยางกระดาษไม่หมุนเป็นวงกลมคล้ายลูกยางเท่าไหร่นักแต่ดิ่ลงสู่พื้นอย่างเร็วทันที

ที่ต่างกันเพราะแรงโน่มถ่วงและแรงต้านทางจึงมาประยุกต์เป็นเครื่องบิน ร่มชูชีพ การจัดกิจกรรมที่สอดคล้องกับวิธีการเรียนรู้ทำให้เด็กเกิดการเรียนรู้โดยผ่านประสาทสัมผัสทั้ง5


กิจกรรมที่2




อุปกรณ์(Equipment)

1.แกนกระดาษทิสชู
2.ไหมพรม
3.กระดาษที่ตัดเป็นรูปวงกลม
4.กาว
5.กรรไกร
6.สี


วิธีทำ (How to)
นำแกนกระดาษทิสชูมาตัดแบ่งครึ่งแล้วเจาะรูสองรู ตัดกระดาษเป็นวงกลมแล้วตกแต่งจากนั้นนำไปติดกับแกนใช้เชือกร้อยแกนที่เจาะรูไว้โดยาจรย์จลองให้เราเล่นเองว่าเล่นอย่างไรได้บ้าง


การประเมินผล (Evaluation)
- การประเมินตนเอง
แต่งกายเรียบร้อยถูกระเบียบทำกิจกรรมอย่างสนุกสนาน
-การประเมินเพื่อน
การแต่งกายถูกระเบียบเรียบร้อย ไม่พูดคุยเสียงดังในระหว่างอาจารย์สอน เพื่อนทำกิจกรรมอย่างสนุกสนาน
การประเมินอาจารย์
-การแต่งกายเรียบร้อยน่ามอง อาจารย์จะมีเทคนิดใหม่ๆมาสอนเราตลอดทำให้น่าสนใจอยากรู้สนใจที่ทำกิจกรรมมากขึ้นและอจารย์จะอธิบายบทความซักถามเราในเรื่องบทความทำให้เราเข้าใจมากขึ้น


วันเสาร์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2557

บันทึกอนุทินครั้งที่ 6

วิชา การจัดประสบการณ์วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย
ครูผู้สอน อาจารย์จินตนา  สุขสำราญ
วันที่23 กันยายน 2557 ครั้งที่1 กลุ่ม 103
เวลาเรียน   8:30 - 12.20 น.

กิจกรรมวันนี้

อาจารย์ถามว่า "Constructivism"หมายถึงอะไร
 หมายถึงเป็นการเรียนรู้ด้วยตนเองได้ลงมือกระทำเอง เป็นวิธีการเรียนรู้มีเครื่องมือคือประสาทสัมผัสทั้ง5

กิจกรรมในห้องเรียน
อาจารย์ให้นักศึกษาทำกิจกรรมโโยแจกกระดาษให้นักศึกษา พับกระดาษแบ่งครึ่งและวาดภาพสัมพันธ์กันลงไป

เทคนิคการสอนของอาจารย์
การสอนโดยใช้คำแปลคำถามปลายเปิดถามตอบกับเด็กโดยตั้งคำถามให้เด็กให้เด็กได้คิดอยู่เสมอเพื่อกระตุ้นทักษะการคิดเพื่อการแก้ไปัญหา หาคำตอบ



นอกจากนี้ยังมีทฤษฎีที่อาจารย์ให้หาเป็นการบ้านดังนี้
1.เฟรดเดริค (FriedrichFroebel) "บิดาของการอนุบาลศึกษา" ฟรอเบลเป็นบุคคลคนแรกที่ได้ออกแบบหลักสูตรสำเด็กปฐมวัยเฉพาะหลักสูตรของฟอลเบลนั้นเน้นความสัมคัญของการเล่นและการพัฒนาศักลยภาพของตนเองฟรอเบลมีความเชื่อว่าเด็กเล็กๆเกิดมาพร้อมความรู้กับทักษะที่สะสมอยู่ในภายในหน้าที่สำคัญของครูคือการพยายามดึงความสามารถที่มีอยู่ภายในของเด็กออกมาและช่วยให้เด็กตระหนักถึงความสามารถของตนเอง


2.โจฮันน์  ไฮน์ริค เปสตาลอซซี่  (Johann Heinrich Pestalozzi) เปสตาลอซซี่ เชื่อว่าการศึกษาธรรมชาติถือเป็นหลักสูตรการเรียนการสอนเปสสตาลอซซี่มุ่งเน้นความคิดของการจัดหลักสูตรแบบบูรณาการ  (integrated curriculum) ซึ่งสอดคล้องกับการพัฒนาเด็กอย่างเป็นองค์รวม


3.ฌอง ฌาค รุสโซ (Jean Jacques Rouseeau) เด็กเปรียบเสมือนผ้าขาวการให้การศึกษาเด็ฏต้องให้ความเข้าใจกับธรรมาชาติเด็กก่อน


4.จอนห์น ดิวอี้ (John Dewey) เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ตัดสินใจด้วยตนเองผู้สอนมีหน้าที่ช่วยเหลือให้คำปรึกษา



การประเมิน (Evaluation)

การประเมินตนเอง
- การแต่งกายเรียบร้อยถูกระเบียบ เข้าห้องเรียนตรงต่อเวลา
การประเมินเพื่อน
- เพื่อนเข้าห้องตรงเวลา ตั้งใจฟังอาจารย์อธิบายราวิชา
การประเมินอาจารย์
- อาจารย์มีการใช้คำถามกับนักศึกษาตลอดทำให้นักศึกษาได้คิดอยู่ตลอดเวลาอาจารย์เตรียมเนื้อหามาสอนเป็นอย่างดีจัดกิจกรมให้นักศึกษาได้ทำอย่างสนุกสนาน







วันจันทร์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2557

บันทึกอนุทินครั้งที่ 5

วิชา การจัดประสบการณ์วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย
ครูผู้สอน อาจารย์จินตนา  สุขสำราญ
วันที่16 กันยายน 2557 ครั้งที่1 กลุ่ม 103
เวลาเรียน 8:30 - 12.20 น.


แสงเดินทางเป็นเส้นตรง มีวัถตุบางชนิดที่แสงเดินผ่านทะลุไปได้แสงมี3แบบ
แบบที่1 วัตถุโปร่งแสง(translucent) แสงจะทะลุผ่านไปได้แค่บางส่วนเราจึงมองเห็นสิ่งต่างๆที่อยู่ข้างหลังวัถตุโปร่งแสงไม่ชัดเจน เช่น กระจกฝ่า พลาสติดขุ่นๆ
แบบที่2 วัตถุโปร่งใส (transparent) แสงทะลุผ่านได้ทั้งหมดเราจึงมองเห้นสิ่งต่างๆที่อยู่ข้างหลังได้ชัดเจน เช่น กระจกใส พลาสติกใส
แบบที3วัตถุทับแสง จะดูดกลืนแสงที่เหลือไว้และจะสะท้อนแสงที่เหลือเข้าสู่ตาเรา เช่น ไม้ หิน เหล็ก หรือตัวเรา



เครื่องฉายภาพนิ่ง กล้องรูเข็ม(Pinhole) การที่เห็นภาพกลับหัวก็เพราะแสงส่วนบนของภาพวิ่งเป็นเส้นตรงผ่านรูเล็กๆมาตกกระทบด้านล่างของกระดาษไข(stencil paper)และส่วนล่างของภาพวิ่งผ่านตรงรูเล็กๆมาตกกระทบที่ด้านบนของกระดาษภาพที่เห็นจึงเป็นภาพกลับหัว(invert)ถามีรูที่กล่องหลายๆรูก็จะเห็นภาพหลายภาพ

กล้องคาไลโดสโคป(Kaleidoscope) นำกระจกเงา3บานมาประกลบกันให้เป็นทรงกระบอกสามเหลี่ยมและเมื่อเราส่องก็จะเห็นภาพหลายๆภาพสะท้อนออกมามีการสอนสะท้อนแสงและมุมลบของกระจกเมื่อแสงเมื่อแสงตกกระทบในกระบอกสามเหลี่ยมมาก็สะท้อนมาในนั้นจึงเกิดภาพมากมาย 

หลักการสะท้อนแสงมาใช้ประโยชน์ใช้ในการหาวัถตุที่ไม่สามารถมองเห็นในที่สูงๆได้เราเรียกกล้องส่องภาพระดับสายตาหรือกล้องเพอริโคป โดยเราจะมองเห็นเพราะแสงจากวัตถุจะผ่านมาทางช่องบนที่เราเจาะไว้มากระทบบนกระจกแผ่นเงาบนแล้วสะท้อนแผ่นเงากระจกล่างมาสู่ตาเรา
การหักเหของแสงจะเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่การหักเหทำให้เห็นภาพที่หลอกตาแต่การหักเหมีประโยชน์ทำเลนLensแผ่นแก้วหรือแผ่นกระจกที่ถูกทำให้แผ่นน่านูนออกมาเพื่อใช้ประโยชน์ในการขยายภาพและยังใช้ร่วมเส้นทางเดินของแสงได้และยังจุดไฟ

การหักเหของแสงนอกจากจะช่วยให้เรามองเห็นได้ชัดเจนแล้วยังทำให้มองเห็นวิวและแสงสีสวยๆเช่นเวลาเราเห็นน้ำกิรรุ้งบนท้องฟ้า รุ้งกินน้ำเกิดจากการหักเหของแสงเหมือนกันแสงที่เราเห็นสีขาๆนั้นประกอบด้วย7สี  ม่วง คราม น้ำเงิน เขียว เหลือง แสด แดง เมื่อสีทั้ง7เมื่อรวมกันจะกลายเป็นสีขาวเวลาฝนตกใหม่ๆจะมีละอองน้ำในอากาศและเมื่อแสงผ่านละอองน้ำเหล่านั้นก็จะเกิดการหักเหของแสงเราเรียกว่าแถบสเปกตรัม(spectrum)หรือรุ้งกินน้ำRainbow





เราสสามารถสร้างรุ้งกินน้ำได้เองโดยการหนหลังตรงข้ามกับพระอาทิตย์และฉีดน้ำเป็นละอองในน้ำอากาศจะเกิดในเวลาฝนตกใหม่ๆและจะเกิดารหักเหของแสงผ่านน้ำอากาศซึ่งคล้ายๆกับการทดลองวัตถุแต่ละชนิดก็จะมีความสามารถในการสะท้อนแสงและดูดกลืนแสงสีได้แตกต่างกัน


เงากับแสงคู่กันเสมอเงาเป็นสิ่งที่ตรงข้ามกับแสงและเงาก็เกิดขึ้นได้เพราะแสง เช่นการส่องไฟไปยังวัตถุที่เตรียมไว้ก็จะเกิดเงาดำๆขึ้นบนพื้นผั่งตรงข้ามที่ส่องไฟและลองส่องไฟสวนทางกับกระบอกแรกก็จะเกิดเงาจางๆทั้งองด้าน





วันจันทร์ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2557

บันทึกอนุทินครั้งที่ 4

วิชา การจัดประสบการณ์วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย
ครูผู้สอน อาจารย์จินตนา  สุขสำราญ
วันที่9 กันยายน 2557 ครั้งที่1 กลุ่ม 103
เวลาเรียน 8:30 - 12.20 น.

กิจกรรมวันนี้
เพื่อนนำเสนอบทความ
1.บทความเรื่อง สนุกคิดกับของเล่นวิทยาศาสตร์
2.บทความเรื่อง ทำยัไงให้ลูกสนใจวิทยศาสตร์
3.บทความเรื่อง วิทย์คณิตสำคัญยังไงกับประเทศชาติ
4.บทความเรื่อง เมื่อลูกน้อยเรียนวิทย์คณิตผ่านเสียงดนตรี
5.บทความเรื่อง การจัดการเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัย

ทักษะวิทยศาสตร์เพื่อพัฒนาเด็กปฐมวัย
วิทยศาสตร์หมายถึงการศึกษษสืบค้นและจัดระบบความจริงเกี่ยวกับธรรมชาติโดยอาศัยกระบวนการแสวงหาความรู้ทางวิทยาศาสตร์ที่ประกอบด้วยวิธีการทักษะกระบวนการและเจคติทางวิทยาศาสตร์อย่างมีระบบแผนมีขอบเขตโดยการอาศัยการสังเกตการทดลองเพื่อค้นหาความเป็นจริงและทำให้ได้มาซึ่งความรู้ทางวิทยศาสตร์ที่เป็นที่ยอมรับโดยทั่วไป

แนวคิดพื้นฐานทางวิทยศาสตร์
1.การเปลี่ยนแปลง (Change)
-เปลี่ยนแปลงไปตามอายุ ตามเวลา สภาพอากาศ
2.ความแตกต่าง (Difference)
-สิ่งแตกต่างในโลกมีทั้งเหมือนและแตกต่างกัน
3.การปรับตัว (Adapting)
-สภาพอากาศ สภาพแวดล้อม
4.การพึ่งพาอาศัยกัน (Dependence)
-ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน
5.ความสมุล (Equilibrium)
-จะทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างเท่าเทียมกัน อยู่ด้วยกันได้อย่างมีความสุข

การศึกษาการทางวิทยาศาสตร์
1.ขั้นกำหนดปัญหา
-ระบุปัญหา
-สิงที่ต้องการศึกษา
2.ขั้นตั้งสมมติฐาน
-การคาดเดาคำตอบ
3.ขั้นรวบรวมข้อมูล
-การทดลอง(Experiment)
-การสังเกต
4.ขั้นลงข้อมูล
-คำตอบของปัญหา

เจตคติทางวิทยศาสตร์
1.ความอยากรู้อยากเห็น เป็นคุณลักษณะที่พร้อมาจากการพัฒนาการ
2.ความเพียรพยายาม
3.ความมีเหตุผล
4.ความซื่อสัตย์
5.ความมีระเบียบและรอบคอบ
6.ความใจกว้าง (Broad - mindedness)

ความสำคัญและประโยชน์ของวิทยศาสตร์
ความสำคัญของวิทยศาสตร์
-ตอบสนองความต้องการของเด็ก
-พัฒนากระบวนการทางวิทยศาสตร์
-เสริมสร้างประสบการณ์
ประโยชน์ของวิทยาศาสตร์
-พัฒนาความคิดรวมยอด
-พัฒนาทักษะแสวงหาความรู้ทางวิทยาศาสตร์
-สร้างความเชื่อมั่นให้ตนเอง

การนำไปประยุกต์ใช้
นำความรู้ที่ได้เรื่องทักษะวิทยาศาสตร์ไปใช้ในการพัฒนาเด็กปฐมวัยและนำความรู้ที่ได้ไปต่อยอดในรายวิชานี้ต่อไป

การประเมินตนเอง
ตั้งใจฟังเพื่อนนำเสนอบทความดี วันนี้แต่กายเรียนร้อย
การประเมินเพื่อน
แต่งกายเรียบร้อยทุกคนต้ังใจฟังเพื่อนนำเสนอบทความ
ประเมินอาจารย์
อาจารย์เข้าสอนเร็วและมีการเตรียมการสอนมาเป็นอย่างดี เข้าใจง่าย แต่งกายเรียบร้อยเหมาะสม













วันอาทิตย์ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2557

บันทึกอนุทินครั้งที่ 3

วิชา การจัดประสบการณ์วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย
ครูผู้สอน อาจารย์จินตนา  สุขสำราญ
วันที่2 กันยายน 2557 ครั้งที่1 กลุ่ม 103
เวลาเรียน 8:30 - 12.20 น.

กิจกรรมวันนี้
อาจารย์เปิดบล้อคให้ดู และให้คำแนะนำการทำบล้อคและรู้จกใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์

อาจารย์ได้อธิบายคุณลักษณะตามวัยของเด็ก3-5ปีที่กำหนดไว้ในหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พ.ศ.2546



ธรรมชาติของเด็กปฐมวัย


การนำไปประยุกต์ใช้
-นำทฤษฎีแต่ละทฤษฎีที่ได้ใช้ไปปรับใช้ให้เหมาะสมกับพัฒนาการของเด็กเพื่อให้การพัฒนามีประสิทธิภาพต่อการ-พัฒนาของเด็ก

         ประเมินตนเอง
         -แต่กายเรียบร้อย 
         -ตั้งใจฟังอาจารย์ให้ความรู้
         -จดบันทึกเพิ่มเติม
        ประเมินเพื่อน
         -วันนี้เพื่อนๆทุกคนแต่งกายเรียบร้อยถูกระเบียบ
        ประเมินอาจารย์
         -อาจารย์สอนโดยยกตัวอย่างให้เห็นอย่างชัดเจน
         -อาจารย์แต่งกายได้สุภาพเรียบร้อย สวยงาม